ดูแลสุขภาพการเงินอย่างไรในยุค โควิด-19 เมื่อต้อง Work from Home รายได้หด รายจ่ายเพิ่ม

ณ เวลานี้ ชีวิตของหลายๆ คนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กันไม่มากก็น้อย หลายคนมีรายได้ลดลงและต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน เราลองมาสำรวจกันหน่อยว่าจะมีเทคนิคการจัดการเงินอย่างไร และหลังจากเหตุการณ์นี้เราสามารถวางแผนการเงินยามฉุกเฉินกันอย่างไร สิ่งแรกที่ต้องทำคือเริ่มจากการสำรวจค่าใช้จ่ายกันก่อน  สำรวจค่าใช้จ่ายในวันที่ต้อง WFH ตัดรายจ่ายไม่จำเป็น ลดการช้อปปิ้งออนไลน์ การทำงานอยู่บ้านหรือ Work from Home นั้น ข้อดีคือมี ‘รายจ่ายบางอย่างที่หายไป’ เช่น ค่าเดินทาง ค่ากาแฟ ค่ากินเลี้ยงสังสรรค์หลังเลิกงาน และเงินที่เตรียมไว้ไปเที่ยวช่วงวันหยุด ซึ่งรายจ่ายที่หายไปเหล่านี้จะช่วยแบ่งเบาภาระไปได้บางส่วน  แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งก็อาจจะมี ‘รายจ่ายที่เพิ่มขึ้น’ เช่น ค่าไฟ ซึ่งหลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป เราก็จะพอรู้ว่าค่าไฟเวลาที่เราอยู่บ้านทั้งวันราคาเท่าไร และหากสูงขึ้นอย่างมากก็จะสามารถหาวิธีลดการใช้ไฟต่อไป เรื่องต่อมาที่อยากให้แยกแยะออกมาคือ ‘รายจ่ายที่เราลดได้’ เช่น ใครที่สมัครสมาชิกฟิตเนสแล้วจ่ายเป็นรายเดือนเอาไว้ก็ให้ยกเลิกไปก่อน เพราะอาจจะไม่ได้ใช้ออกกำลังกายในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน  แม้จะอยู่บ้านทั้งวัน ไม่ได้ออกไปไหน แต่โรคร้ายก็ไม่อาจขวางกั้นโลกออนไลน์ที่ทำให้เราช้อปปิ้งแบบเพลินๆ โดยไม่รู้ตัว สายช้อปทั้งหลายคงต้องมีสติมากขึ้น ในช่วงเวลาที่เราเบื่อหรือเครียดจากการเสพข่าวอาจทำให้หลายคนคลายเครียดด้วยการซื้อของ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว ช่วงเวลาที่อารมณ์ของเราไม่นิ่งเรียกว่า Hot State หรือช่วงร้อน เช่น อารมณ์อยากได้ ของมันต้องมี และต้องซื้อเดี๋ยวนี้ ฯลฯ จะเป็นช่วงที่มนุษย์จินตนาการถึงตัวเองในยามที่เย็นลงContinue reading “ดูแลสุขภาพการเงินอย่างไรในยุค โควิด-19 เมื่อต้อง Work from Home รายได้หด รายจ่ายเพิ่ม”

จูงใจหรือยัดเยียด ทำความรู้จักการใช้ Nudge วิธีสะกิดเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม

ผู้เขียนไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในลอนดอน ตอนจะจ่ายเงินพบว่าในบิลเรียกเก็บเงินมีรายการหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ ‘เงินบริจาคจำนวน 1 ปอนด์’ (ประมาณ 39 บาท) ให้กับองค์กรการกุศลที่จะนำเงินไปช่วยเด็กๆ ที่ขาดแคลนอาหาร พร้อมแนบแผ่นพับเล็กๆ แนะนำว่าองค์กรนั้นทำอะไรบ้าง การคิดเงินแบบนี้เป็นหนึ่งในวิธีการ Nudge (สะกิดให้เกิดพฤติกรรม) ที่เรียกว่า Opt-out โดยตั้งค่าอัตโนมัติไว้เลยว่าลูกค้าทุกคนจะบริจาคเงิน 1 ปอนด์ แต่ลูกค้ามีทางเลือกว่าจะ บริจาคตามที่นำเสนอมาในบิลเรียกเก็บ (1 ปอนด์) แจ้งพนักงานว่าไม่บริจาค แจ้งพนักงานว่าจะบริจาคมากกว่าที่เสนอมา (มากกว่า 1 ปอนด์) สำหรับผู้อ่านที่ไม่คุ้นเคยกับคำว่า Nudge (ถ้าคุ้นเคยดีอยู่แล้วสามารถข้ามไปย่อหน้าถัดไป) ขออนุญาตเล่าเพิ่มเติมว่า Nudge แปลว่า ‘การสะกิด’ หรือ ‘การดุน’ ซึ่งคำนี้ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อหนังสือของ ริชาร์ด เธเลอร์ (เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2018) และแคส ซันชไตน์ ที่ชื่อว่า Nudge: Improving Decisions about Health, Wealth, and Happiness ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2008 และยังเป็นหนังสือที่ติดอันดับขายดีจนถึงปัจจุบัน พวกเขานำเสนอวิธีการเปลี่ยนพฤติกรรมแนวใหม่ที่เน้นการใช้ประโยชน์จากการทำความเข้าใจการทำงานของสมองในด้านต่างๆ (เช่นContinue reading “จูงใจหรือยัดเยียด ทำความรู้จักการใช้ Nudge วิธีสะกิดเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม”